วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2557

ข้อควรปฏิบัติในการใช้สวิตซ์

      1.ไม่ควรใช้สวิตซ์อันเดียวควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชิ้นให้ทำงานพร้อมกัน เนื่องจากสวิตซ์สามารถทนกระแสไฟฟ้าสูงสุดได้จำกัด ถ้ากระแสไฟฟ้าไหลผ่านสวิตซ์มากเกินไป จะทำให้เกิดความร้อนสูงบริเวณจุดสัมผัสของแผ่นโลหะจนสวิตซ์ไหม้ได้
      2.ไม่ควรใช้สวิตซ์ธรรมดาควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านมาก เช่น มอเตอร์ เครื่องปรับอากาศ ควรใช้ฟิวส์อัตโนมัติหรือสะพานไฟ เนื่องจากสามารถทนกระแส ไฟฟ้าไหลผ่านได้สูงกว่าสวิตซ์

สวิตซ์มีหลายแบบ


เช่น 

1.สวิตซ์ทางเดียว เป็นสวิตซ์ที่โยกปิด-เปิด วงจรไฟฟ้าเพียงทางเดียว ในการต่อสวิตซ์กับวงจรไฟฟ้าจะใช้สวิตซ์ 1 อันต่อกับหลอดไฟ

1 ดวง ซึ่งสามารถปิด-เปิดสวิตซ์ ได้โดยตรง นอกจากนี้สวิตซ์นี้ 1 อันสามารถต่อไฟได้หลายๆดวงได้ โดยต่อหลอดไฟแบบขนาน
แล้วจึงนำมาต่อกับแบบอนุกรมกับสวิตซ์การต่อในลักษณะนี้เหมาะสำหรับ
.......การต่อให้องประชุม ห้องเรียน โรงงาน ฯลฯ การต่อสวิตซ์ 1 อันกับหลอดหลายๆดวง อาจไม่เป็นการประหยัดพลังงาน
เพราะถ้าเราต้องการแสงสว่างเพียงบางส่วนก็จำเป็นต้องเปิดไฟทุกดวง
.......2.สวิตซ์สองทาง เปิดการติดตั้งสวิตซ์2อัน ต่อกับหลอดไฟ 1 ดวง ลักษณะของสวิตซ์แบบนี้ การใช้สวิตซ์แบบนี้ก็เพื่ออำนวยความสะดวก ในการเปิด-ปิด จึงนิยมใช้ติดตั้งในบริเวณขึ้นลงบันไดหรือทางเข้าออกประตู
สวิตซ์แบบนี้นอกจากจะอำนวยความสะดวกแล้ว ยังช่วยประหยัดพลังงานอีกด้วย
.......3.สวิตซ์อัตโนมัติ เนื่องจากฟิวส์ที่ใช้อยู่กันส่วนใหญ่เมื่อขาดแล้วก็จะต้องเปลี่ยนใหม่ทุกครั้งทำให้ไม่สะดวก จึงได้มีการออกแบบ
สวิตซ์ อัตโนมัติขึ้นมาใช้แทน สวิตซ์แบบนี้ใช้หลักการที่ว่า เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเกินขนาดหรือไฟฟ้าลัดวงจร สวิตซ์อัตโนมัติจะตัดวงจรทันที โดยที่ไม่มีส่วนใดของสวิตซ์หลอมละลายขาดอกไปเหมือนกับฟิวส์ เมื่อตรวจแก้ไขสาเหตุที่ทำให้กระแสไฟฟ้ามากเกินขนาด หรือซ่อมแซมอุปกรณ์ไฟฟ้าเรียบร้อยแล้วสามารถกดปุ่มที่สวิตซ์อัตโนมัติทันนทีเพื่อต่อวงจรไฟฟ้าใหม่ โดยไม่ต้องเปลี่ยนฟิวส์ สวิตซ์อัตโนมัติใช้กันตามบ้านเรือนทั่วไปมี3แบบ ได้แก่ แบบความร้อน ( Thermaltype ) แบบแม่เหล็ก ( Magnetic type )
แบบอิเลคทรอนิกส์ ( Electronic type )



การสร้างสวิตซ์

     ตามหลักการจะประกอบด้วยชิ้นโลหะ 2 ชิ้น อยู่ในวงจรไฟฟ้าจะถูกจัดให้สามารถแตะหรือแยกออกจากกันได้ง่าย โลหะทั้งสองชิ้นนี้เรียกว่า คอนแทค ( Contact ) เมื่อโลหะทั้งสองชิ้นแตะกันจะครบวงจรกระแสไฟฟ้าจะสามารถไหลผ่านวงจรไฟฟ้า เมื่อโลหะ 2 ชิ้น แยกออกจากกันทำให้วงจรเปิดกระแสไฟฟ้าจะหยุดไหลจากหลักการดังกล่าวมาสร้างสวิตซ์ที่ใช้ทั่วไป ซึ่งประกอบด้วยคานที่ทำด้วยฉนวนใช้เป็นที่กดให้สวิตซ์เปิดปิด ใต้คานมีแผ่นโลหะต่อเชื่อมกับปุ่มโลหะที่ที่ติดอยู่กับฐาน สวิตซ์ซึ่งจะทำให้ไฟฟ้าครบวงจรและบริเวณกึ่งกลางของคายจะมีขดลวดสปริงคอยทำหน้าที่ดันคานอยู่ในตำแหน่งปิดหรือเปิดตามต้องการ

ส่วนประกอบของสวิตซ์

  • คาน เป็นที่กดปิดเปิดทำด้วยฉนวน
  • แผ่นโลหะใต้คาน สำหรับต่อเชื่อมกับปุ่มโลหะที่ติดอยู่กับฐานสวิตซ์ เพื่อทำให้ไฟฟ้าครบวงจร
  • ขดลวดสปริง เป็นส่วนที่อยู่บริเวณกึ่งกลางคาน ส่วนนี้จะทำหน้าที่ดันคานให้ค้างอยู่ในตำแหน่งเปิดหรือปิดตามต้องการ

เบรกเกอร์ (breaker)


    เบรกเกอร์ (breaker) เป็นสวิตซ์เปิด-ปิดที่ใช้ในงานไฟฟ้าทั่ว ๆ ไปแต่มีคุณภาพที่สูงกว่าเพราะว่าเบรกเกอร์นอกจากจะทำหน้าที่เป็นสวิตซ์เปิด-ปิดวงจรไฟฟ้าแล้วยังสามารถควบคุมและป้องกันกระแสไฟฟ้าเกินในวงจรและการลัดวงจร ทำงานโดยอาศัยความร้อนและสนามแม่เหล็กไฟฟ้า เมื่อเบรกเกอร์ตัดวงจรแล้ว มันยังสามารถใช้งานได้อีกดังแสดงในรูป

เบรกเกอร์และภาพตัดแสดงอุปกรณ์ภายใน

ทอกเกิลสวิตซ์ (toggle switch)

         ทอกเกิลสวิตซ์ (toggle switch) เป็นสวิตซ์เปิด-ปิดธรรมดาที่ใช้งานไฟฟ้าทั่ว ๆ ไปในอาคารบ้านเรือนและโรงงาน ส่วนมากจะใช้กับพัดลม หลอดไฟ เครื่องเจาะ หินเจียระไนหรือกับโหลดที่ไม่มากนัก แบบนี้เมื่อเกิดการลัดวงจรหรือใช้กระแสไฟฟ้ามากเกินไปในวงจรจะไม่สามารถตัดวงจรไฟฟ้าได้เอง ดังแสดงในรูป
ทอกเกิลสวิตซ์

ฟิวส์ (Fuse)


ฟิวส์ (fuse) ทำหน้าที่เป็นตัวตัดวงจรไฟฟ้า เมื่อเกิดการลัดวงจรหรือมีกระแสไฟฟ้าไหลมากผิดปกติในวงจร ซึ่งมีการใช้งานหลายชนิดได้แก่ ฟิวส์ลวดตะกั่ว ฟิวส์กระบอก ฟิวส์ใบมีด ดังแสดงในรูป

ฟิวส์ลวดตะกั่ว ฟิวส์กระบอก ฟิวส์ใบมีด